กระดานสนทนา

กรุณา Login ก่อนการโพสต์ทุกครั้งค่ะ


ข้อมูลดิจิทัลพุ่ง สวนกระแสเศรษฐกิจขาลง

 

3,892,179,868,480,350,000,000 อย่าพึ่งงงกับตัวเลขเหล่านี้ ฟัง "จอห์น แกนท์" ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายวิจัยของไอดีซีอธิบายก่อน
 
  "ตัวเลขนี้คือจำนวนบิตของข้อมูลดิจิทัลที่เพิ่งสร้างขึ้นใหม่ช่วงปี 2551 แม้เศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะถดถอยช่วงปลายปี แต่ข้อมูลดิจิทัลที่ สร้างและรับส่งผ่านอินเทอร์เน็ต เครือข่ายโทรศัพท์ และคลื่นผ่านอากาศ กลับเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งขัดแย้งกับความเชื่อของบุคคลทั่วไป"
 
  ผลการศึกษาล่าสุดของไอดีซี ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอีเอ็มซี "เศรษฐกิจหดตัว แต่ข้อมูลดิจิทัลกลับเพิ่มขึ้น" ชี้ว่า ข้อมูลดิจิทัลมีปริมาณที่สร้างขึ้นช่วงปี 2551 เพิ่มขึ้น 3% ซึ่งเป็นอัตราที่รวดเร็วกว่าที่ไอดีซีคาดการณ์ไว้ และอนาคตคาดว่าข้อมูลดิจิทัลจะมีปริมาณเพิ่มขึ้น 2 เท่าทุกๆ 18 เดือน และปี 2555 การสร้างข้อมูลดิจิทัลจะมากกว่าปี 2551 ถึง 5 เท่าเลยทีเดียว
 
  ข้อมูลใหม่เน้นย้ำถึงการปรับปรุงข้อมูลรอบที่สามสำหรับการศึกษาเกี่ยวกับดิจิทัล ยูนิเวอร์ส (Digital Universe) ซึ่งตรวจวัดและคาดการณ์ปริมาณจำนวนมหาศาล และประเภทที่หลากหลายของข้อมูลดิจิทัลที่ถูกสร้างและคัดลอกในแต่ละปี
 
  ข้อมูลที่สร้างขึ้นปีที่แล้ว มีปริมาณสูงถึง 4.87 แสนล้านกิกะไบต์ จำนวนนี้เทียบได้กับอุปกรณ์อ่านข้อมูลไร้สาย Amazon Kindle 2.37 แสนล้านเครื่องที่บันทึกข้อมูลไว้จนเต็ม ธุรกรรมธนาคารออนไลน์ 4.8 พันล้านล้านรายการ ข้อมูลทวิตเตอร์ 3 พันล้านล้านรายการ ภาพถ่ายดิจิทัล 162 ล้านล้านภาพ แอปเปิลไอพ็อด ทัช 3 หมื่นล้านเครื่องที่บันทึกข้อมูลไว้จนเต็ม หรือแผ่นดีวีดีบลูเรย์ที่บันทึกข้อมูลไว้จนเต็ม 1.9 หมื่นล้านแผ่น
 
 
 ข้อมูลเพิ่ม งบลด เพิ่มช่องว่าง
 
  ขณะที่ปี 2551 ข้อมูลดิจิทัลมี ปริมาณเพิ่มขึ้น แต่งบประมาณด้านไอทีกลับลดลง จึงก่อให้เกิดปัญหาช่องว่างเพิ่มมากขึ้นระหว่างปริมาณข้อมูลที่สร้างขึ้นกับ ปริมาณทรัพยากรไอทีที่จัดซื้อและติดตั้ง เพื่อรองรับการบริหารจัดการข้อมูลดังกล่าว
 
  ปัญหานี้แสดงให้เห็นถึงความจำเป็นที่ จะต้องปรับใช้เครื่องมือและเทคนิคต่างๆ เพิ่มเติม ได้แก่ เวอร์ช่วลไลเซชั่น การขจัดข้อมูลซ้ำซ้อน และเทคโนโลยีอื่นๆ ในการลดปริมาณข้อมูล เป็นต้น ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้สามารถจัดการข้อมูลได้มากขึ้น แต่ใช้ทรัพยากรน้อยลง
 
  "โจ ทุซซี่" ประธาน ประธานกรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร อีเอ็มซี คอร์ปอเรชั่น บอกว่า ไม่ว่าจะเป็นนักเรียนนักศึกษา ผู้บริหารระดับสูง แม่บ้าน หรือศัลยแพทย์ ต่างก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับข้อมูลดิจิทัลที่ มีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นจากสิ่งที่ทำในชีวิตประจำวัน องค์กรที่ใช้ข้อมูลเพื่อสร้างความได้เปรียบกำลังมองหาหนทางใหม่ๆ ที่สร้างสรรค์ในการบริหารจัดการ คุ้มครอง และปกป้องข้อมูลที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
 
 
 ผู้ใช้ระบบไร้สาย-เน็ตพุ่ง
 
  ข้อมูลสำคัญจากผลการศึกษาดิจิทัล ยูนิเวอร์ส ประจำปี 2552 บ่งชี้ถึงความเปลี่ยนแปลงระดับรากฐานเรื่องการเพิ่มขึ้นของข้อมูล การรักษาความปลอดภัย การปฏิบัติตามกฎระเบียบ และการบริหารจัดการ
 
  ปัจจัยที่ผลักดันการเติบโตมีมากมาย เป็นต้นว่า 4 ปีข้างหน้า จำนวนเทคโนโลยีสำหรับการสร้างข้อมูลและการโต้ตอบสื่อสารจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก ผู้ใช้บนระบบไร้สายจะเพิ่มขึ้น 3 เท่า และจะมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้นอีก 600 ล้านคน เกือบ 2 ใน 3 ของผู้ใช้ทั้งหมดอย่างน้อยจะใช้อุปกรณ์ไร้สายบางช่วงเวลา อุปกรณ์ไอทีที่แปลกใหม่ เช่น มิเตอร์ไร้สาย ระบบนำทางในรถยนต์ เครื่องจักรอุตสาหกรรม เครื่องอ่านอาร์เอฟไอดี และตัวควบคุมเซ็นเซอร์อัจฉริยะ จะเพิ่มขึ้น 3.6 เท่า
 
  ขณะที่การโต้ตอบสื่อสารระหว่างบุคคล ผ่านทางอีเมล ระบบรับส่งข้อความ เครือข่ายทางสังคม ฯลฯ จะเพิ่มขึ้น 8.0 เท่า ความพยายามส่วนใหญ่ในการกระตุ้นเศรษฐกิจทั่วโลก จะทำให้ข้อมูลดิจิทัลที่ สร้างมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้น โดยเป็นผลมาจากการเข้าถึงการสื่อสารบรอดแบนด์เพิ่มมากขึ้น เวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ ระบบส่งไฟฟ้าอัจฉริยะ อาคารอัจฉริยะ รถยนต์อัจฉริยะ ฯลฯ
 
  ภายในปี 2555 จะมีผู้ซื้อและขายสินค้าและบริการบนอินเทอร์เน็ต 850 ล้านคน และจะมีการค้าบนอินเทอร์เน็ตเกิดขึ้นมากกว่า 2 เท่าเมื่อเทียบกับปี 2551 และช่วงเวลาเดียวกันนี้ การค้าบนอินเทอร์เน็ตจะมีมูลค่าสูงถึง 13 ล้านล้านดอลลาร์ โดยส่วนใหญ่เป็นธุรกรรมระหว่างองค์กรธุรกิจ
 
 
 การปกป้องข้อมูลต้องทำขั้นสูง
 
  ปัจจุบันกว่า 30% ของข้อมูลที่สร้างขึ้นถือเป็น "ข้อมูลสำคัญ" และภายในสิ้นปี 2555 จะเพิ่มเป็น 45% จึงจำเป็นต้องปกป้องระดับสูง
 
  ข้อมูลส่วนใหญ่ที่ฝ่ายไอทีต้องคุ้ม ครองให้ปลอดภัยเป็นข้อมูลที่สร้างขึ้นภายนอกดาต้าเซ็นเตอร์ และโดยมากมักสร้างขึ้นนอกบริษัท โดยเฉพาะข้อมูลที่มาจากผู้ใช้นอกสถานที่ ทั้งพนักงาน ลูกค้า ซัพพลายเออร์ หรือคู่ค้า ล้วนก่อให้เกิดความยุ่งยากซับซ้อนขึ้นต่อการบริหารจัดการและปกป้องข้อมูล
 
 
 รับมือกฎคุมเข้มข้อมูล
 
  ปริมาณ ข้อมูลที่ถือเป็น "ข้อมูลสำคัญที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล" หรืออยู่ภายใต้กฎระเบียบที่ควบคุมประเภทของข้อมูลที่จะต้องจัดเก็บและจัด เตรียม เพื่อให้หน่วยงานกำกับดูแลและผู้ตรวจสอบสามารถเข้าถึงได้ จะเพิ่มขึ้นจาก 25% ของข้อมูลดิจิทัลทั้งหมดในช่วงปี 2551 เป็น 35% ของข้อมูลดิจิทัลทั้งหมดในช่วงปี 2555
 
  เป็นที่แน่นอนว่า การล่มสลายของธุรกิจภาคการเงินจะนำไปสู่การออกกฎระเบียบที่เข้มงวดมากขึ้น และการกำกับดูแลอย่างใกล้ชิดจากภาครัฐ ซึ่งจะส่งผลให้องค์กรต่างๆ จำเป็นต้องจัดเก็บบันทึกข้อมูลตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด ได้แก่ ข้อมูลที่สามารถระบุตัวบุคคล อีเมลของพนักงาน บันทึกข้อมูลการเงินและทรัพยากรบุคคล และเอกสารเกี่ยวกับการฟ้องร้องดำเนินคดี ซึ่งหมายถึงปริมาณข้อมูลดิจิทัลที่เพิ่มสูงขึ้น
 
 
 ข้อมูลจาก
 หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ
เจ้าของกระทู้ by   คิดดี | view 1,752 | comment 0 | แจ้งลบ
ร่วมแสดงความคิดเห็น
รายละเอียด  :
รูปภาพ  :
(ไม่เกิน 1024 kb , jpg , gif)
ชื่อผู้เขียน  :
Security Code:
4857
 

กติกา มารยาท
  • กรุณาใช้คำสุภาพ และงดเว้นการตั้งกระทู้และแสดงความคิดเห็นด้วยเนื้อหาที่ผิดกฎหมาย ละเมิดสิทธิ์ส่วนบุคคล ทรัพย์สินทางปัญญา การโฆษณาและข้อความที่อยู่ในรูปแบบของการชักชวน
  • หากพบข้อความไม่เหมาะสม และข้อความที่ตั้งขึ้นซ้ำซ้อน ทางเว็บไซต์ Praveetelearning.com ขอลบข้อความดังกล่าว โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
  • สมาชิกท่านใดพบข้อความไม่เหมาะสมหรือการละเมิดฝ่าฝืนใดๆ โปรดแจ้งได้ที่ webmaster@praveetelearning.com